Dell-UltraSharp-49-Curved-Monitor-600-01-e

จักรวาลคู่ขนาน

 จักรวาลคู่ขนานในความคิดของใครหลายๆคนก็คงจะจินตนาการภาพต่างๆในภาพยนตร์ Sci-Fi หรือไม่ก็คงเป็นภาพยนตร์แนวข้ามมิติไปสู่อีกโลกหนึ่ง แต่นั่นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์อันเกิดจากการใส่จิตนาการของผู้สร้างเข้าไปเพื่อให้มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผู้คนบางส่วนอาจคิดว่าเรื่องจักรวาลคู่ขนานนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระ แต่ในความเป็นจริงแล้วเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกันในทางฟิสิกส์ควอนตัม ก่อนอื่นเราคงจะต้องมาทำความรู้จักกับคำว่า “มิติ” ในความหมายทางฟิสิกส์กันก่อน ในทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์คำว่ามิติ จะตรงกับคำว่า “dimension” ในภาษาอังกฤษซึ่งมีความหมายโดยทั่วไปว่า สิ่งที่บอกคุณสมบัติของวัตถุ ได้แก่ ความกว้าง ความยาว และความสูง ส่วนในทางฝั่งของคณิตศาสตร์ “มิติ” จะหมายถึงจำนวนตัวเลขที่ต้องการเพื่อจะระบุตำแหน่งและคุณสมบัติของวัตถุใดๆ

ส่วนมิติทั่วไปที่มนุษย์เราเห็นกันจะจำกัดอยู่แค่สามมิติ

ถ้านับถึงการเคลื่อนที่ของวัตถุที่ขึ้นกับเวลาแล้ว ในทางฝั่งฟิสิกส์และคณิตศาสตร์จะนับว่ามีมิติที่สี่เกิดขึ้นซึ่งจะเรียกกันว่า กาลอวกาศ หรือ Space-time นั่นเองซึ่งนักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันชื่อ ทีโอดอร์ คาลูซา เคยได้ทำการสันนิษฐานไว้เมื่อปีค.ศ.1921 ว่ากาลอวกาศนั้นมี 5 มิติโดยมีมิติที่เพิ่มเข้ามาเรียกว่ามิติพิเศษ หรือ Extra-dimension นั่นเอง ในส่วนของจักรวาลคู่ขนานที่เราจะพูดถึงนั้นมีความเกี่ยวข้องกับมิติของเวลา นั่นหมายถึงว่าในระดับมิติเวลาเรามีเส้นเวลาที่ขนานกันในโลกอื่นๆที่ซึ่งอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาอื่นๆอยู่เช่นกัน แต่เมื่อถูกนำมาพิจารณาถึงความเป็นไปได้แล้ว จากทฤษฎีคีย์ของเสียงจักรวาลโดย ดร.วอลเทอร์ บิชอป ได้ระบุเอาไว้ว่าสิ่งของในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้อยู่ในคีย์ C ในขณะที่โลกคู่ขนานอีกโลกที่ใกล้เราที่สุดนั้นอยู่ในคีย์ G จึงทำให้การที่จะเดินทางไปยังโลกคู่ขนานนั้นยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในระดับวิทยาการของเรา

ในส่วนของทฤษฎีอื่นๆที่ได้อธิบายเกี่ยวกับจักรวาลคู่ขนานเอาไว้นั้นก็มี อย่างเช่นทฤษฎีสตริงที่ใช้ในการอธิบายการกำเนิดจักรวาลว่าโลกคู่ขนานนั้นสามารถแบ่งได้หลายอย่าง อย่างแรกคือโลกคู่ขนานแบบควอนตัม ซึ่งอธิบายโดยใช้เรื่องของความน่าจะเป็น โดยอาจจะเป็นการทอดลูกเต๋าที่เปรียบเหมือนการวัด ตามทฤษฎีนี้จะมีโลกคู่ขนานอยู่ 6 โลก

ต่อมาคือประเภทโลกคู่ขนานแบบ String theory multi-universes คือแนวคิดที่ได้มาจากทฤษฎีเส้นเชือก หรือ String Theory ซึ่งสร้างมาเพื่ออธิบายธรรมชาติของแรงโน้มถ่วงในระดับพลังงานสูงๆ สำหรับทฤษฎีสตริงนี้ อนุภาคได้ถูกอธิบายว่ามีลักษณะเป็นแบบเส้นเชือกหนึ่งมิติ โดยที่เมื่อมีการสั่นเส้นเชือกจะทำให้เกิดเป็นตัวโน๊ตต่างๆ ซึ่งตัวโน๊ตหนึ่งสามารถแทนอนุภาคได้หนึ่งตัว ตัวโน๊ตที่มีคีย์ที่ต่างกันก็จะให้อนุภาคที่ต่างชนิดกัน ทฤษฎีนี้จะมีความคล้ายกับทฤษฎีคีย์ของเสียงจักรวาลโดย ดร.วอลเทอร์ บิชอป นั่นเอง

และแนวคิดสุดท้ายเกี่ยวกับจักรวาลคู่ขนานก็คือ Inflation multi-universes ที่ได้พัฒนามาจากการศึกษาจักรวาลวิทยา หรือที่เกี่ยวกับการกำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ โดย ดร.อรรถกฤต ได้มีการอธิบายว่าภายหลังเหตุการณ์บิ๊กแบง  และที่มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่เช่นนี้ได้นั้น เป็นเพราะความโชคดีที่เกิดในเอกภพที่มีค่าความคงที่ทางฟิสิกส์ อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องจักวาลคู่ขนานนั้นในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงเป็นเพียงทฤษฎีที่ใช้ในการอธิบายความเป็นมาของจักรวาล และธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งจักรวาลคู่ขนานนั้นอาจจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ได้ เพราะนักฟิสิกส์และนักวิทยาศาสตร์นั้นสนใจเพียงว่าจะสามารถอธิบายธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้อย่างไรเท่านั้นเอง แต่ถ้าหากเป็นในมุมของคนที่ชื่นชอบในเรื่องราวของจักรวาล หรือภาพยนตร์ Sci-Fi ที่เกี่ยวข้องกับจักรวาลนั้นก็คงจะอยากหาคำตอบความเป็นไปได้ และรอการพิสูจน์เกี่ยงเรื่องนี้ต่อไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย