หมดยุครุ่งเรืองของเทคโนโลยีกับการระบาดครั้งใหญ่ ที่ใกล้จะถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือยัง

      หลายๆ คนอาจมีความคิดว่า พอเราเข้าสู่ยุคที่ต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ หมดยุครุ่งเรืองของเทคโนโลยี เรามักจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น รวมไปถึงการถือกำเนิดของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แอปฯ การประชุมออนไลน์อย่าง Zoom รวมไปถึงการเติบโตเพิ่มขึ้นของ Video Online Streming จากสถานการณ์ที่ตึงเครียดขนาดนี้ยังส่งผลต่อยอดขายของคอมพิวเตอร์ให้กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นหลังจากซบเซาเมื่อถูกตลาด Smartphone และ Tablet เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด

        เนื่องจากประสิทธิภาพที่สูงกว่าและมีหน้าจอที่ใหญ่กว่าเมื่อต้องทำงานเป็นเวลานาน ที่สำคัญยังสามารถดึงตลาดเกมคอนโซลที่ตกต่ำหลังตลาดเกมออนไลน์เข้าครองตำแหน่งในตลาดให้กลับมาฟื้นตัวและสร้างกำไร ด้วยสภาพสังคมที่ตึงเครียดขนาดนี้ หลายๆ คนจึงต้องการความบันเทิงเมื่อต้องกักตัวอยู่ในบ้าน

     แต่อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจกันไป เพราะดูเหมือนสถานการณ์ขาขึ้นจะกำลังค่อยๆ หายไป เนื่องจากเมื่อเทียบยอดขายไตรมาส 2 ของปีนี้กับปีที่แล้วพบว่ายอดขายลดลงส่วนหนึ่งเป็นเพราะในปีที่แล้วผู้คนยังใหม่ต่อการรับมือการระบาด ขณะที่ในปีนี้วัคซีนถูกกระจายไปตามพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วโลก ทำให้บางประเทศเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนช่วงก่อนการแพร่ระบาดโรคติดต่อ รวมไปถึงหลายธุรกิจเริ่มอนุญาตให้กลับเข้ามาทำงานตามปกติ

        เราจึงได้รวบรวมบริษัทยักษ์ใหญ่ส่วนหนึ่ง ที่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องผลประกอบการมาให้ดูกัน จะมีบริษัทไหนบ้าง ไปดูกัน! 

Apple ได้มีการคาดการการเติบโตในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2020 จะไม่เกิดขึ้น ในปีต่อๆ ไป เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลง และผลพวงจากความต้องการเมื่อปีที่ผ่านมาที่ปรับตัวสูงขึ้นและปัญหาจากวัสดุที่ทำให้เกิดการขาดแคลนชิป และส่งผลกระทบต่อยอดขาย iPhone และ iPad ถึงแม้ว่า Apple จะมีชื่อเสียงในด้านการจัดการซัพพลายเชนก็ยังต้องประสบปัญหาการขาดแคลนชิป

        Amazon จากรายงานว่ารายได้ที่ขาดหายไปจะชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจกำลังจะชะลอตัวลดลงจากในปี 2020 แม้ว่าตามรายงานผลประกอบการ Amazon จะปิดรายได้ในไตรมาส 3 ที่ระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดไว้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาใช่วงเวลาเดียวกัน โดย CFO ของ Amazon ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อัตราการเติบโตได้ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถึงอย่างนั้น Amazon ก็คาดการณ์การเติบโตในไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 2 หลัก

         Nintendo ในส่วนของ Nintendo ได้ออกมาโชว์ผลกำไรลดลง 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ ขณะที่ช่วงไตรมาสแรกของปีงบการเงินมีรายได้อยู่ที่ 843 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากไตรมาสแรกปีที่แล้ว เมื่อเฉลี่ยยอดขายรายไตรมาสจะลดลงประมาณ 10% ส่วนยอดขายเครื่อง Switch ลดลงเกือบ 22% เหลือเพียง 4.45 ล้านเครื่องในไตรมาส 2 เนื่องจากกิจกรรมตามปกติเริ่มกลับมาเหมือนเดิมหลังมีการฉีดวัคซีนกระจายมากขึ้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้