Dell-UltraSharp-49-Curved-Monitor-600-01-e

การทำงานข้อมูลของ DNS

Local DNS Server บนโดเมนจะส่งการร้องขอไปยังเครื่อง TLD DNS Server .Com (เป็นการร้องขอแบบ Iterative)

TLD DNS Server .Com ไม่มีคำตอบ จะส่งหมายเลขไอพีแอดเดรสของเครื่อง Authoritative DNS Server ที่ดูแลโดเมน bandhit.com อยู่ตอบกลับไปให้ Local DNS Server

Local DNS Server บนโดเมนจะส่งการร้องขอต่อไปยังเครื่อง Authoritative DNS Server ที่ดูแลโดเมน bandhit.com (เป็นการร้องของแบบ Iterative)

Authoritative DNS Server ที่ดูแลโดเมน bandhit.com มีคำตอบ ก็จะส่งหมายเลขไอพีแอดเดรสของโฮสต์ มาให้เครื่อง  Local DNS Server บนโดเมน

เมื่อได้รับไอพีแอดเดรสที่ต้องการแล้ว เครื่อง Local DNS Server บนโดเมนจะตอบกลับพร้อมทั้งส่งหมายเลขไอพีแอดเดรสของโฮสต์ มาให้เครื่องไคลเอนต์

แนวคิดในการออกแบบชื่อโดเมน

ในอดีตระบบปฏิบัติการ Windows NT Server 4.0 จะใช้ระบบ WINs (Windows Internet Name Service) ในการแมป (จับคู่) ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ NetBIOS ให้มาเป็นไอพีแอดเดรสซึ่งเหมาะกับเครือข่ายขนาดเล็ก แต่การออกแบบโดเมนบน Windows Server 20xx จะมีพื้นฐานมาจากระบบ DNS (Domain Name System) ซึ่งเป็นระบบการตั้งชื่อโดเมนบนระบบอินเทอร์เน็ต โดยจะมีโครงสร้างแบบลำดับชั้น (Hierachical) การตั้งชื่อโดเมนจึงมีความสำคัญมาก ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีการวางแผนตั้งชื่อโดเมนให้เหมาะสมกับองค์กรของเรา โดยการออกแบบระบบ DNS ให้ทำงานร่วมกับระบบ Active Directory บน Windows Server 20xx เพื่อให้การทำงานทำได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพที่สุด

ระบบ Host Name Resolution

Host Name Resolution เป็นระบบที่ความเกี่ยวพันกับ DNS โดยตรง กล่าวคือเมื่อใดที่เครื่องไคลเอนต์ทำการค้นหาไอพีแอดเดรสของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ปลายทางก็จะใช้กระบวนการ Host Name Resolution ในการสอบถามจาก DNS ซึ่งการตั้งชื่อโดเมนจำเป็นที่จะต้องเหมาะสมกับองค์กร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น bandhit.com, yahoo.com และชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์บนระบบเครือข่ายของ Windows Server 20xx จะต้องมีความสัมพันธ์กับชื่อโดเมนด้วย เช่น server01.bandhit.com, northern.thaimail.com ดังนั้นถ้าไคลเอนต์ต้องการทราบไอพีแอดเดรสของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ปลายทางก็จะใช้ Resolver ส่งการร้องขอการสืบค้น (Host Name Resolution) ไปยังเครื่อง DNS Server บนโดเมน และทำการสืบค้นจากฐานข้อมูลต่อไป

Dell-UltraSharp-49-Curved-Monitor-600-01-e

การติดตั้ง Additional Domain Controller

สำหรับการทำงานภายในหน่วยงาน หรือองค์กรมีความมั่นคงและปลอดภัย

เราควรจะมีโดเมนคอนโทรลเลอร์อย่างน้อย 2 เครื่องไว้ช่วยกันทำงาน โดยที่เครื่องแรกให้เป็น PDC (Primary Domain Controller) ทำหน้าที่หลัก และเครื่องที่สองเป็น BDC (Backup Domain Controller) หรือ Additional Domain Controller (ADC) เนื่องจากเครื่อง PDC จะต้องทำงานทั้งวันทั้งคืนแบบ 24 x 7 ถ้าเกิดล่ม (Down) จะทำให้เกิดความเสียหายต่อการทำงานเป็นอย่างมาก หรือกถ้ามีช่วงเวลาล่ม (Downtime) นานหลายชั่วโมง นั่นก็เท่ากับเป็นฝันร้ายของผู้ดูแลระบบทุกคน และเราไม่ควรไปคาดหวังกับการรีสตาร์ท และรีสโตร์ข้อมูลจาก Backup Data ที่มีอยู่มากนักเพราะเราอาจจะได้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์มาก็เป็นได้ แต่ถ้าเรามี Additional Domain Controller ก็แก้ปัญหานี้ได้ (เพราะเครื่อง PDC และ ADC จะทำการเรพลิเคตข้อมูลระหว่างกันตลอดเวลา) เครื่อง ADC นี้จะทำงานทันทีที่เครื่อง PDC ล่ม

ในการติดตั้งหรือ Promote เครื่อง ADC สามารถทำได้บนเครื่อง Windows Server with GUI และ Server Core ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ในตัวอย่างนี้จะทำในโหมด Windows Server with GUI

เตรียมความพร้อมก่อนติดตั้ง Additional Domain Controller

การติดตั้งให้ ADC ทำงานเชื่อมต่อกับ PDC เริ่มต้นเมื่อเราติดตั้ง Windows Server ลงบนเครื่องเรียบร้อยแล้ว ให้กำหนดค่าการทำงานของเครื่อง ADC ดังนี้

  1. กำหนดชื่อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ต้องไม่ซ้ำกับเครื่องอื่น ยกตัวอย่างเช่น เครื่องหนึ่งชื่อ Penguin66 อีกเครื่องก็ให้ใช้ชื่อ Penguin77
  2. เชื่อมต่อเครื่องเซิร์ฟเวอร์เข้ากับเครือข่ายเดียวกับ PDC
  3. กำหนด IP Address, Netmask และ DNS ให้กับเครื่อง ADC ต้องไม่ซ้ำกับเครื่องอื่น ยกตัวอย่างเช่น IP: 192.168.1.15, Netmask: 255.255.255.0 ส่วน DNS ให้ใส่เป็นหมายเลข IP Address ของเครื่อง PDC
  4. ทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์ PDC กับเครื่อง ADC โดยให้เครื่อง ADC ใช้คำสั่ง Ping ไปที่ IP Address ของเครื่อง PDC จากนั้นจะมีการส่งค่ากลับมา ก็แสดงว่าเครื่องทั้งสองเชื่อมต่อกันแล้ว แต่ถ้าได้คำตอบเป็น “Destination host unreachable” แสดงว่ามีปัญหาตรงอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับเครือข่าย เพราะค่าเริ่มต้นของ Windows Server กำหนดให้รับคำสั่ง Ping ได้

ติดตั้ง Additional Domain Controller

เมื่อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ PDC และ ADC เชื่อมต่อกันพร้อมแล้ว ให้ทำการติดตั้ง Server Roles ชื่อ Active Directory Domain Service บนเซิร์ฟเวอร์เครื่อง ADC นี้ให้เรียบร้อย (โดยให้ติดตั้งเฉพาะ Active Directory Domain Service และ  DNS Server ไม่ต้องติดตั้ง DHCP Server) เสร็จแล้วในหน้าต่าง Server Manager ให้เลือกเมนู Promote this server to a domain controller เพื่อติดตั้ง ADC

Dell-UltraSharp-49-Curved-Monitor-600-01-e

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์ กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

วิธีการทำ Computer Cleaning

สำหรับวิธีการทำ Computer Cleaning สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  1. การซ่อมบำรุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ (Computer Maintenance) เป็นการตรวจเช็ก ปรับปรุง ซ่อมบำรุง แก้ปัญหา และปัดกวาดขยะกองโตในส่วนต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์สะอาด ไม่มีปัญหาใดๆ จึงเหมาะสมสำหรับสร้างแบ็คอัพต้นฉบับ (Master Backup)
  2. การล้างเครื่อง ติดตั้งวินโดวส์ และลงโปรแกรมใหม่ (Computer Installation) เป็นการทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ได้อย่างหมดจด เพราะส่วนต่างๆ ของคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับสร้างแบ็คอัพต้นฉบับ (Master Backup)

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดก็คือ การแบ็คอัพข้อมูลจากต้นทาง หรือต้นฉบับที่ดี คุณย่อมจะได้ไฟล์อิมเมจ หรือข้อมูลปลายทางที่ดีเช่นกัน ดังนั้นการทำ Computer Cleaning จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำก่อนการแบ็คอัพข้อมูล

ประโยชน์ของการทำ Computer Cleaning

– ได้ข้อมูลต้นทาง หรือต้นฉบับที่ดี ปลอดภัย และสมบูรณ์ที่สุด

– กำจัดข้อมูลไม่จำเป็น หรือไม่มีประโยชน์ เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานบนฮาร์ดดิสก์

– ข้อมูลสำหรับแบ็คอัพมีขนาดเล็กลง หรือเหลือเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น

– คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่ไม่จำเป็นในระบบ

– ลดระยะเวลาในการแบ็คอัพ และสามารถกู้คืนข้อมูลได้เร็วขึ้น

– ได้ไฟล์อิมเมจที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่สมบูรณ์มากที่สุด

การโคลนนิ่งฮาร์ดดิสก์

การแบ็คอัพข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธีการที่เรียกว่าการโคลนนิ่งข้อมูล (Data Cloning) โดยนัยสำคัญอยู่ที่การโคลนนิ่งพาร์ทิชั่น และฮาร์ดดิสก์ ดังนั้นการโคลนนิ่งข้อมูล ก็คือวิธีการสำเนาข้อมูลขึ้นมาอีกฉบับ โดยข้อมูลทุกอย่างก็จะเหมือนกับต้นฉบับทุกอย่าง ซึ่งข้อมูลที่ถูกสำเนาจะอยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การโคลนนิ่งฮาร์ดดิสก์ เป็นการสำเนาข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ต้นทาง ไปยังฮาร์ดดิสก์ปลายทาง โดยที่ข้อมูลฮาร์ดดิสก์ปลายทางจะเหมือนกับฮาร์ดดิสก์ต้นทางทุกอย่าง หรือการสำเนาฮาร์ดดิสก์ให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์อิมเมจ, การโคลนนิ่งพาร์ทิชั่น เป็นการสำเนาพาร์ทิชั่นไปยังพาร์ทิชั่นของฮาร์ดดิสก์อีกลูก หรือสำเนาพาร์ทิชั่นให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์อิมเมจ และอื่นๆ เป็นต้น ต่อไปเราจะมาเริ่มศึกษาวิธีการแบ็คอัพข้อมูลด้วยการโคลนนิ่ง

is2

วิธีการหาความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

ขั้นตอนการตรวจเช็ก และแก้ปัญหาเปิดคอมพิวเตอร์แล้ว สักพักก็ดับ

1. เมื่อคอมพิวเตอร์มีอาการเปิดเครื่องแล้ว เครื่องดับทันที

ในกรณีเป็นเครื่องพีซี ให้ปิดเครื่อพีซี และเปิดฝาเคสด้านข้างให้ถอดชุดระบายความร้อน (ฮีตซิงก์+พัดลม) ทำความสะอาดให้เรียบร้อย
สังเกตรอบไหม้รอบๆ ซีพียูและเมนบอร์ดว่ามีรอยไหม้หรือไม่ถ้าหากมีรอยไหม้ให้เปลี่ยนอุปกรณ์ตัวนั้นทันที แต่ถ้าหากไม่มีรอยไหม้ใดๆให้แปะซิลิโคลนบางๆ เพื่อระบายความร้อนบนตัวซีพียูใหม่ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้ล็อกแขนก้านทั้ง 4 ด้านของชุดระบายความร้อนซีพียูให้แน่น

จากนั้นลองเปิดเครื่องพีซีและสังเกตการทำงานของพัดลมระบายความร้อนว่าทำงานได้ปกติหรือไม่ตัวอย่างเช่น ความแรงของพัดลมเบาเกินไป หรือไม่ทำงานเลย เป็นต้น

เมื่อพบปัญหาข้างต้นให้เปลี่ยนพัดลมระบายความร้อนใหม่แต่ถ้าหากเป็นเครื่องโน้ตบุ๊คก็ให้ตรวจเช็กตามขั้นตอนข้างต้นได้แต่ต้องระวังในการถอดประกอบอุปกรณ์แต่ละตัวของเครื่องโน้ตบุ๊คดังนั้นหากเป็นมือใหม่ แนะนำให้นำโน้ตบุ๊คไปให้ช่างตรวจเช็กดีกว่า


2. ในกรณีคอมพิวเตอร์เปิดใช้งานได้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วดับ

หรือชัตดาวน์เอง ประการแรกถ้าหากเป็นเครื่องพีซี ให้เปิดฝาด้านข้างออกและให้สังเกตอุณหภูมิความร้อนภายในตัวเคสว่าสูงหรือไม่
ถ้าหากอุณหภูมิความร้อนผิดปกติให้ลองตรวจสอบพัดลมระบายความร้อนของเพาเวอร์ซัพพลายโดยใช้มือสัมผัสเพาเวอร์ซัพพลายดูว่าร้อนมากหรือไม่
หากร้อนมากแสดงว่าพัดลมระบายความร้อนของเพาเวอร์ซัพพลายไม่ทำงานให้เปลี่ยนพัดลมระบายความร้อนทันที

3. ขั้นตอนการตรวจเช็ก และยกเลิกโปรแกรมหรือเซอร์วิสแปลกๆ

ที่รันตัวเองทุกครั้งตอนสตาร์ทอัพวินโดวส์ เพราะโปรแกรมเหล่านั้นอาจเป็นมัลแวร์ไวรัส และภัยคุกคามอื่นๆเพราะการเปิดโปรแกรมหลายอันพร้อมกันก็เป็นสาเหตุให้ซีพียูทำงานหนักเกินไปเมื่อซีพียูทำงานหนัก อุณหภูมิในตัวซีพียูก็จะสูงตามไปด้วยทำให้เกิดอาการซีพียูชัตดาวน์เพื่อป้องกันตัวเอง สำหรับขั้นตอนการตรวจเช็กและยกเลิกโปรแกรม หรือเซอร์วิสต่างๆ ให้กดปุ่ม Windows+R
เมื่อปรากฏหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Run ในช่อง Open ให้พิมพ์คำสั่ง msconfigจากนั้นคลิกปุ่ม OK หรือ Enter